0 Comments

จุลินทรีย์สังเคราะห์

หลายคนหันมาให้ความสำคัญกับการปลูกผักสวนครัวกินเองกันมากขึ้น เพราะเป็นทางเลือกที่นอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังกลายเป็นงานอดิเรกสร้างรายได้ได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามการที่ผักของเราเจริญเติบโตได้นั้นก็จำเป็นต้องได้รับปุ๋ยหรือจุลินทรีย์อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ซึ่งในวันนี้เราจะพาไปดูวิธีการทำแบบง่าย ๆ ใช้อุปกรณ์เพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีประโยชน์กับพืชผักยังไง

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีทำอยากให้ทุกคนรู้กันก่อนว่าประโยชน์ของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงนั้นมีอะไรบ้าง ดังต่อไปนี้

  • ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชให้แข็งแรงมากกว่าการปลูกดินธรรมดาทั่วไปถึง 3 เท่า
  • ช่วยตรึงไนโตรเจนในดินและเพิ่มไนโตรเจนให้กับพืช
  • รากพืชแข็งแรงและสามารถดูดซึมสารอาหารได้มากขึ้น
  • ป้องกันพืชจากการโดนทำลายของจุลินทรีย์ไม่ดีในดิน
  • ช่วยย่อยธาตุอาหารและวัตถุอินทรีย์ในดินเพื่อให้ง่ายต่อการดูดซึม

สิ่งที่ต้องเตรียมทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

มีทั้งหมด 4 อย่าง ดังต่อไปนี้

  • น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ในกรณีที่เป็นน้ำประปา ควรตักน้ำและทิ้งไว้ประมาณ 24 – 48 ชั่วโมง เพื่อให้คลอรีนระเหยออกไปจนหมด
  • ขวดขนาด 1.5 ลิตร หรือมากกว่า
  • ไข่ไก่จำนวน 1 ฟอง
  • น้ำปลา สามารถใช้ยี่ห้อใดก็ได้

วิธีทำน้ำหมักจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

มีวิธีการ ดังนี้

  • เติมน้ำ 4 ขวด 1.5 ลิตร หรือมากกว่า และนำไปตากแดดประมาณ 4 – 5 วัน
  • ตอกไข่ไก่ใส่ถ้วย แล้วเติมน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคนให้เข้ากัน
  • เติมไข่ไก่ผสมน้ำปลาที่เตรียมไว้ในขวดน้ำที่ตากแดดครบ 4 – 5 วันแล้ว ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
  • นำไปตั้งไว้ในบริเวณกลางแจ้งที่มีแดดส่องถึงทุกวัน

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

1. สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีได้หรือไม่

บางคนอาจมีความต้องการอยากใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงร่วมกับสารเคมี จึงทำให้เกิดคำถามว่าสามารถใช้ทั้งสองอย่างนี้ร่วมกันหรือไม่ ในความเป็นจริงแล้วการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงนั้นก็เพื่อประหยัดต้นทุนในการบำรุงดูแลพืชผัก แต่ในส่วนของการดูแลเรื่องแมลงหรือโรคต่าง ๆ อาจจำเป็นต้องใช้สารเคมีเข้ามามีส่วนช่วยด้วย

2. เก็บได้นานแค่ไหน

หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยว่าหลังจากทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเสร็จเรียบร้อยแล้วจะเก็บไว้ได้นานแค่ไหน ซึ่งระยะเวลาในการเก็บรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา

เห็นหรือไม่ว่าการทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ทำสวนหรือทำนาขนาดใหญ่ ไปจนถึงการปลูกเพียงแค่พืชผักสวนครัว ซึ่งจะช่วยประหยัดทั้งในเรื่องของต้นทุนในการผลิตและขั้นตอนในการดูแลรักษา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่ปลอดภัยต่อตัวเราและพื้นที่ที่ใช้ในการเพาะปลูก